นายสมศักดิ์ ศรีสุภรวาณิชย์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมสิ่งทอของประเทศไทย ว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยไม่ได้เข้าสู่ภาวะไร้อนาคต หรือ Sunset Industry เหมือนกับที่มีการประเมินเอาไว้ เพราะปัจจุบันยังมีทิศทางเติบโต และอุตสาหกรรมสิ่งทอก็ไม่ใช่แค่การผลิตเสื้อผ้า แต่มีการผลิตสินค้าที่หลากหลาย

อีกทั้งผู้ประกอบการเองก็พยายามหาทางปรับตัวมาโดยตลอด โดยหันไปพัฒนาการผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรมมากขึ้น เช่น ถุงมือต่าง ๆ ทั้งถุงมือแล่ปลา ถุงมือทนการบาด หรือถุงมือจับสัตว์อันตราย ซึ่งถือเป็นสิ่งทอที่มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะ

ทั้งนี้มองว่า ในอนาคตอุตสาหกรรมสิ่งทอยังมีการต่อยอดขยายไปช่องทางใหม่ ๆ มากขึ้น เช่น ในปีนี้มีผู้ประกอบการไทยได้ร่วมมือกับบริษัทของญี่ปุ่นพัฒนาถุงลมนิรภัยสำหรับรถยนต์ ด้วยเงินลงทุนมากถึง 500 ล้านบาท หรือการเตรียมความพร้อมผลิตสิ่งทอ หรือเส้นใยรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เช่นเดียวกับการผลิตเป็นสิ่งทอที่ไม่ต้องทอ หรือ nonwovens ซึ่งปัจจุบันกำลังเติบโตอย่างมาก เพราะเดิมเคยมีโรงงานอยู่ประมาณ 20 แห่ง แต่ตอนนี้มีเพิ่มขึ้นมาเป็น 70 แห่งแล้ว รวมไปถึงการผลิตผ้ากันเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดอยู่ระหว่างกระบวนการคิดว่า จะหาทางพัฒนาขึ้นมาได้อย่างไรบ้าง เบื้องต้นอาจทำเป็นน้ำยาเคลือบไปบนผ้า หรือเอาน้ำยาใส่ไปในเส้นใยเลย เรื่องนี้ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายและกำลังอยู่ระหว่างการศึกษา

“ตอนนี้มีกลุ่มสิ่งทออื่น ๆ ที่ไม่ใช่การผลิตเสื้อผ้ายังเติบโต เช่นหน้ากากอนามัย และในปีหน้าก็ยังมีโอการโตอีก เช่นเดียวกับชุดกีฬา ชุดออกกำลังกาย ชุดที่ใช้อยู่กับบ้าน หรือชุดที่ใส่แล้วรู้สึกสบาย ผ้าเหล่านี้ประเทศไทยผลิตได้เองทั้งหมด และยังตัดเย็บเป็นแบรนด์ดังทั่วโลก ดังนั้นหากหันมาพัฒนาทางนี้ก็มั่นใจว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอจะสามารถฟื้นกลับมาได้”

โดยประเมินสถานการณ์ในปีนี้ อุตสาหกรรมสิ่งทอจะกลับมาขยายตัวได้ประมาณ 14-15% จากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ส่วนปีหน้าคาดว่าจะโตได้ 10% แต่หากจะให้กลับไปเหมือนช่วงก่อนเกิดโควิดระบาดคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

นายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย แม้จะได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ก็มีทิศทางการฟื้นตัวที่ดีขึ้น และยังมีโอกาสที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ในการแสวงหาช่องทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในยุคโควิด-19 เพราะขณะนี้ผู้ประกอบการของไทยหลายรายมีศักยภาพ และสามารถยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเพื่อสร้างรายได้ชดเชยในส่วนที่ขาดหายไปตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้มองว่าในอนาคตมีผลิตภัณฑ์เป้าหมายที่มีศักยภาพ หรือ Products Champion ที่ผู้ประกอบการไทยสามารถต่อยอดการพัฒนาได้

โดยปัจจุบันผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตสินค้าออกมาได้คุณภาพตามมาตรฐานสากลหลายชนิด เช่น

1. ชุดหรือเสื้อผ้าที่สามารถต่อต้านเชื้อแบคทีเรียได้ หรือชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ซึ่งปัจจุบันไทยได้ส่งออกชุดดังกล่าวไปยังทวีปยุโรปได้แล้ว และในอนาคตกำลังต่อยอดการผลิตสินค้าที่ตรงกับความต้องการของตลาดในเชิงการแพทย์มากขึ้น

2. ชุดกีฬา โดยผู้ประกอบการสามารถพัฒนาชุดกีฬาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ และมีนวัตกรรม เช่น การผลิตเสื้อที่มีการระบายเหงื่อได้ดี สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ เพื่อชาร์ตแบตเตอรี่ได้ หรือสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ หรือใช้ทดแทนนาฬิกาเพื่อสุขภาพที่วัดการเต้นของหัวใจได้ ซึ่งชุดในลักษณะนี้ ประเมินว่าภายใน 2-3 ปีข้างหน้าจะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดมากขึ้น ทดแทนการผลิตชุดกีฬาพื้นฐานแบบเดิม

3. สิ่งทอในเชิงเทคนิค และสิ่งทอที่มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น ผ้ากันไฟ ผ้าทนไฟ ผ้ากันไฟฟ้าสถิต กันเปื้อน ทำความสะอาดตัวเองได้ หรือผ้าที่ทนต่อการขูดขีดอย่างรุนแรง เช่นเดียวกับผ้าที่ซักได้มากถึง 500 ครั้งแต่ยังมีสีสดใสคงทน โดยสินค้าเหล่านี้สามารถนำมาผสมผสานกับแฟชั่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นได้หลายเท่า

4. สิ่งทอที่เกี่ยวข้องกับ BCG (Bio – Circular – Green Economy) ถือเป็นกลุ่มสินค้าที่น่าจับตาและกำลังเป็นเทรนใหม่ของโลกที่หันไปให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตสินค้าเหล่านี้ออกมาได้หลายชนิด เช่น การรีไซเคิลพลาสติกมาเป็นเส้นใย ก่อนนำมาทำเป็นผ้าผืนและตัดเป็นเสื้อผ้า หรือการนำเศษผ้าเหลือทิ้งกลับมาทอเป็นผืนใหม่ เพื่อลดของเสียในกระบวนการผลิต และมีมูลค่าสูงกว่าเดิมด้วย

โดยสินค้าทั้ง 4 หมวดนี้ จะกลายเป็นสินค้าอนาคตของประเทศไทย ถ้าในตอนนี้ได้รับการสนับสนุนจริงจังจากภาครัฐและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยในปัจจุบันเองประเทศไทยมีการส่งออกสิ่งทอ และเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี แยกเป็น สิ่งทอ 1.1 แสนล้านบาท และเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม 9 หมื่นล้านบาท เชื่อว่าถ้าทุกภาคส่วนช่วยกันสนับสนุนอย่างจริงจังในช่วง 3-5 ปี จะช่วยให้อุตสาหกรรมนี้ขยายตัวได้เพิ่มขึ้นอีก 3-4 แสนล้านบาท และยังทำให้อุตสาหกรรมชนิดนี้กลับเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น

นายเสริมศักดิ์ วงศ์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท กลัฟเท็กซ์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทกำลังหันมาเน้นการผลิตสิ่งทอในเชิงเทคนิค เช่น ถุงมือกันบาด ชุด PPE รวมไปถึงชุดนักบินรบ ซึ่งเป็นโครงการร่วมกันระหว่างอุตสาหกรรมในประเทศไทยร่วมกันพัฒนาชุดนักบินที่มีมาตรฐานสากล โดยเรื่องนี้มีความคืบหน้าแล้วกว่า 90% และหากพัฒนาสำเร็จ เชื่อว่าจะช่วยทดแทนการนำเข้ามาจากต่างประเทศได้

อย่างไรก็ตามทางภาคเอกชนยังมีข้อเสนอถึงภาครัฐ 5 ข้อ ดังนี้
1.ขอให้ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณทางด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) และการตรวจทดสอบ วงเงินประมาณ 100 ล้านบาท หากรัฐช่วยสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ คาดว่า จะช่วยผลักดันการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยได้อีกอย่างน้อย 50,000 – 100,000 ภายใน 2-3 ปี

2.ขอให้รัฐตั้งศูนย์ทดสอบด้านสิ่งทอ ใช้เงินประมาณ 50-80 ล้านบาท เพราะปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีศูนย์ทดสอบเป็นการเฉพาะ ทำให้ผู้ประกอบการต้องส่งตัวอย่างไปทดสอบต่างประเทศ ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายสูง และยังต้องรอผลการทดสอบเป็นเวลานาน ดังนั้นหากภาครัฐส่งเสริมการตั้งศูนย์ทดสอบขึ้นมาในประเทศได้ จะช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยมีศักยภาพมากขึ้น และลดค่าใช้จ่ายได้จำนวนมาก

3.ขอให้รัฐร่วมกับผู้ประกอบการจัดทำกลยุทธ์ร่วมกันระยะยาว โดยเฉพาะการจัดหาผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม โดยอาจเริ่มกระบวนการพัฒนาในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพและมีความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะออกมาสู่ตลาด

4.ขอให้รัฐสนับสนุนสินค้าที่ผลิตโดยผู้ประกอบการไทย เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มให้เติบโตได้ในอนาคต สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยเริ่มต้นจากการส่งเสริมนำไปใช้ในภาคราชการก่อน เช่น การนำชุดนักบินไปใช้กับกองทัพ เป็นต้น จากนั้นจึงขยายผลในส่วนอื่น ๆ ต่อไป

5.ขอให้รัฐออกมาตรการมากระตุ้นภาคอุตสาหกรรม โดยสามารถทำได้ตั้งแต่เปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาแล้ว ทั้งการกระตุ้นทางด้านตลาด มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ การลดค่าเช่า หรือออกค่าใช้จ่ายบางส่วน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการกลับมาฟื้นตัวได้ภายในปี 2565

ติดตามข่าวหุ้นและการลงทุนทางไลน์
• Line @TNNWEALTH : https://lin.ee/TQ14oAe
—————————————————————————
ติดตาม TNN Wealth ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่
• Website : https://bit.ly/TNNWealthWebsite
• Youtube : https://bit.ly/TNNWealthYoutube
• TikTok : https://bit.ly/TNNWealthTikTok
หรือดูรายการ Live ได้ทาง
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/

Close Bitnami banner
Bitnami