วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน 2565 กลุ่มอุตสาหกรรมแก้วและกระจก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดงาน ASEAN Federation of Glass Manufacturers (AFGM) Conference ครั้งที่ 44  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก 5 ประเทศในอาเชียนของภาคอุตสาหกรรมแก้วและกระจก อันได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม และ ไทย อีกทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการผลิต และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ในอุตสาหกรรมแก้วของประเทศไทย รวมถึงการเจรจาธุรกิจ เพื่อเพิ่มช่องทางการดำเนินธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการด้านแก้วและกระจก นำโดย นางสาวจริยา แสงไชยญา ประธานกลุ่มฯ แก้วและกระจก, นายสมพร เต็มอุดมสมบูรณ์ ประธานคณะทำงานจัดงาน รวมถึงคณะกรรมการกลุ่มฯ แก้วและกระจก ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก Mr. Harris Hendraka (AFGM Chairman), Mr. Henry Susanto (Chairman of the Indonesian Glass Manufacturers Association),  Mr. Jonathan C. Aquino (Chairman of the Glass Manufacturers Association of the Philippines), Mr. Chai Kungfee (Chairman of the Glass Manufacturers Association of Malaysia), Mr. Nguyen Tran Tuan Nghia (Chairman of the Glass Manufacturers Association of Vietnam), Ms. Jariya Sangchaiya (Chairperson of the Glass Manufacturers of the Federation of the Thai Industries), Mr. Sanjaya Susanto (Indonesia Secretary General of the AFGM) เข้าร่วมงานดังกล่าว ณ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา จ.ชลบุรี

          โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 400 คน จากสมาคม และบริษัทเอกชน 25 ประเทศทั่วโลก อีกทั้งได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อํานวยการฝ่ายวิชาการศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “Amidst  the New World Order ไทยในระเบียบโลกใหม” ที่สอดคล้องกับนโยบาย BCG รวมถึงมีการจัดงานสัมมนาเชิงวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมการผลิตแก้วและกระจกจากนานาประเทศ ด้วยการนำนโยบาย BCG (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตสินค้า ให้ก้าวเข้าสู่เวทีสากลและเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในระดับโลก เนื่องจากนโยบาย BCG ทำให้เกิดการลดใช้ทรัพยากร ลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นนโยบายที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net zero emissions ที่จะมีผลกับการค้า และการส่งออกสินค้าต่างๆ ระหว่างประเทศมากขึ้นในอนาคต ภายใต้มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ดังนั้น ผู้ผลิต และผู้ส่งออกในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ควรเร่งปรับตัวเพิ่มประสิทธิภาพ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต รวมถึงจัดทำระบบการเก็บข้อมูลก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตที่มีมาตรฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเตรียมรองรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่จะมีความเข้มงวดมากขึ้น

          นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอ Technical Presentation จำนวน 9 เรื่อง จากบริษัทชั้นนำในระดับโลกทั้งยุโรป, อเมริกา และเอเชีย  เป็น เทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้อุตสาหกรรมแก้วและกระจก มุ่งหน้าไปสู่ Net Zero Carbon ในอนาคต พร้อมการจัดประกวดการนำเสนอ Best Practice ของบริษัทแก้วและกระจก ชั้นนำของประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจาก United Nation ที่มีการกำหนดปี ค.ศ. 2022 ให้เป็น Internal Year of Glass(IYOG) รวมถึง มีการประชุมเพื่อรายงานสถานการณ์ของอุตสาหกรรมแก้วและกระจก ในแต่ละ Sector ของประเทศสมาชิกทั้ง 5 ประเทศ (Plenary Session) เพื่อให้ประเทศสมาชิกได้รับทราบ และสามารถต่อยอด และนำองค์ความรู้มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อภาคธุรกิจแก้วและกระจกต่อไป

          ทั้งนี้ ในปี 2566 สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จะรับหน้าที่เป็นประเทศเจ้าภาพในการจัดงาน ASEAN Federation of Glass Manufacturers (AFGM) Conference ครั้งที่ 45 ต่อไป

Close Bitnami banner
Bitnami